วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กำเนิดอกกรรณิการ์

ชื่ออื่นๆ :  กรณิการ์  กณิการ์
ชื่อสามัญ :  
Night Glooming Jasmine, Night Flower Jasmine, Night Blooming Jasmine,
Tree of Sadness
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Nyctanthes arbor-tristis L.
วงศ์ :  Oleaceae
ถิ่นกำเนิด :  ประเทศไทย อินเดีย ลังกา พม่า
ลักษณะทั่วไป :  
กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วใบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่รี ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกราว 5-8 ดอก แต่ละดอกจะผลัดกันบาน ดอกมีสีขาวมี 6 กลีบ ลักษณะคล้ายกังหัน ขนาดดอกประมาณ 1.5-2 ซม. แต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสีแสดยาว 1.5 ซม.
ใบ หนา ค่อนข้างแข็ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีขนาดเท่าใบมะยม  พื้นผิวใบหยาบ  สากระคายมือ 
ดอกช่อ  ออกเป็นช่อ โคนดอกเป็นหลอด  ปลายดอกแยกเป็นกลีบประมาณ  5 กลีบ เป็นจานคล้ายรูปกงจักร  สีขาว  ก้านดอกมีสีแดง หรือ สีส้ม บานกลางคืน กลิ่นหอมแรง  ออกดอกตลอด
ฤดูการออกดอก :  ออกดอกตลอดปี แต่ออกมากช่วงปลายฝนต้นหนาว
การดูแล :  กรรณิการ์เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น
การขยายพันธุ์ :  
เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง
ข้อดีของพันธุ์ไม้ :  
ออกดอกให้ชมได้บ่อย
ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน
ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน
ข้อแนะนำ :  
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ควบคุมทรงพุ่มได้ค่อนข้างยาก มีการแตกของกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ
ต้องควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งภายหลังการออกดอก
เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่ง 2- 3 ปี ควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ (ทำสาว) ครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้กิ่งใหม่
โดยธรรมชาติกรรณิการ์จะเจริญเติบโตในที่ได้รับแสงแดดประมาณครึ่งวัน (แดดเช้า)
แต่ก็สามารถปลูกในที่มีแดดเต็มวันแต่ขนาดใบและดอกจะเล็กลง สีใบจะซีด
ใบค่อนข้างกระด้างอาจทำให้เกิดผื่นคันให้กับผิวหนังกับผู้ที่มีอาการแพ้ได้บ้าง
ข้อมูลอื่นๆ :  
ดอก  ให้สารสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าของคนโบราณ
ต้น  แก้ปวดศีรษะ  ใบ บำรุงน้ำดี
ดอก  แก้ไข้และลมวิงเวียน
ราก  แก้อุจจาระเป็นพรรดึก บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนังให้สดชื่น
ต้นและราก  ต้มรับประทานแก้ไอ
ชื่ออื่นๆ :  กรณิการ์  กณิการ์
ชื่อสามัญ :  
Night Glooming Jasmine, Night Flower Jasmine, Night Blooming Jasmine,
Tree of Sadness
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Nyctanthes arbor-tristis L.
วงศ์ :  Oleaceae
ถิ่นกำเนิด :  ประเทศไทย อินเดีย ลังกา พม่า
ลักษณะทั่วไป :  
กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วใบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่รี ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกราว 5-8 ดอก แต่ละดอกจะผลัดกันบาน ดอกมีสีขาวมี 6 กลีบ ลักษณะคล้ายกังหัน ขนาดดอกประมาณ 1.5-2 ซม. แต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสีแสดยาว 1.5 ซม.
ใบ หนา ค่อนข้างแข็ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีขนาดเท่าใบมะยม  พื้นผิวใบหยาบ  สากระคายมือ 
ดอกช่อ  ออกเป็นช่อ โคนดอกเป็นหลอด  ปลายดอกแยกเป็นกลีบประมาณ  5 กลีบ เป็นจานคล้ายรูปกงจักร  สีขาว  ก้านดอกมีสีแดง หรือ สีส้ม บานกลางคืน กลิ่นหอมแรง  ออกดอกตลอด
ฤดูการออกดอก :  ออกดอกตลอดปี แต่ออกมากช่วงปลายฝนต้นหนาว
การดูแล :  กรรณิการ์เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น
การขยายพันธุ์ :  
เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง
ข้อดีของพันธุ์ไม้ :  
ออกดอกให้ชมได้บ่อย
ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน
ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน
ข้อแนะนำ :  
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ควบคุมทรงพุ่มได้ค่อนข้างยาก มีการแตกของกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ
ต้องควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งภายหลังการออกดอก
เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่ง 2- 3 ปี ควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ (ทำสาว) ครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้กิ่งใหม่
โดยธรรมชาติกรรณิการ์จะเจริญเติบโตในที่ได้รับแสงแดดประมาณครึ่งวัน (แดดเช้า)
แต่ก็สามารถปลูกในที่มีแดดเต็มวันแต่ขนาดใบและดอกจะเล็กลง สีใบจะซีด
ใบค่อนข้างกระด้างอาจทำให้เกิดผื่นคันให้กับผิวหนังกับผู้ที่มีอาการแพ้ได้บ้าง
ข้อมูลอื่นๆ :  
ดอก  ให้สารสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าของคนโบราณ
ต้น  แก้ปวดศีรษะ  ใบ บำรุงน้ำดี
ดอก  แก้ไข้และลมวิงเวียน
ราก  แก้อุจจาระเป็นพรรดึก บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนังให้สดชื่น
ต้นและราก  ต้มรับประทานแก้ไอ
ชื่ออื่นๆ :  กรณิการ์  กณิการ์
ชื่อสามัญ :  
Night Glooming Jasmine, Night Flower Jasmine, Night Blooming Jasmine,
Tree of Sadness
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Nyctanthes arbor-tristis L.
วงศ์ :  Oleaceae
ถิ่นกำเนิด :  ประเทศไทย อินเดีย ลังกา พม่า
ลักษณะทั่วไป :  
กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วใบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่รี ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกราว 5-8 ดอก แต่ละดอกจะผลัดกันบาน ดอกมีสีขาวมี 6 กลีบ ลักษณะคล้ายกังหัน ขนาดดอกประมาณ 1.5-2 ซม. แต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสีแสดยาว 1.5 ซม.
ใบ หนา ค่อนข้างแข็ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีขนาดเท่าใบมะยม  พื้นผิวใบหยาบ  สากระคายมือ 
ดอกช่อ  ออกเป็นช่อ โคนดอกเป็นหลอด  ปลายดอกแยกเป็นกลีบประมาณ  5 กลีบ เป็นจานคล้ายรูปกงจักร  สีขาว  ก้านดอกมีสีแดง หรือ สีส้ม บานกลางคืน กลิ่นหอมแรง  ออกดอกตลอด
ฤดูการออกดอก :  ออกดอกตลอดปี แต่ออกมากช่วงปลายฝนต้นหนาว
การดูแล :  กรรณิการ์เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น
การขยายพันธุ์ :  
เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง
ข้อดีของพันธุ์ไม้ :  
ออกดอกให้ชมได้บ่อย
ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน
ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน
ข้อแนะนำ :  
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ควบคุมทรงพุ่มได้ค่อนข้างยาก มีการแตกของกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ
ต้องควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งภายหลังการออกดอก
เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่ง 2- 3 ปี ควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ (ทำสาว) ครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้กิ่งใหม่
โดยธรรมชาติกรรณิการ์จะเจริญเติบโตในที่ได้รับแสงแดดประมาณครึ่งวัน (แดดเช้า)
แต่ก็สามารถปลูกในที่มีแดดเต็มวันแต่ขนาดใบและดอกจะเล็กลง สีใบจะซีด
ใบค่อนข้างกระด้างอาจทำให้เกิดผื่นคันให้กับผิวหนังกับผู้ที่มีอาการแพ้ได้บ้าง
ข้อมูลอื่นๆ :  
ดอก  ให้สารสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าของคนโบราณ
ต้น  แก้ปวดศีรษะ  ใบ บำรุงน้ำดี
ดอก  แก้ไข้และลมวิงเวียน
ราก  แก้อุจจาระเป็นพรรดึก บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนังให้สดชื่น
ต้นและราก  ต้มรับประทานแก้ไอ
ชื่ออื่นๆ :  กรณิการ์  กณิการ์
ชื่อสามัญ :  
Night Glooming Jasmine, Night Flower Jasmine, Night Blooming Jasmine,
Tree of Sadness
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Nyctanthes arbor-tristis L.
วงศ์ :  Oleaceae
ถิ่นกำเนิด :  ประเทศไทย อินเดีย ลังกา พม่า
ลักษณะทั่วไป :  
กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วใบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่รี ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกราว 5-8 ดอก แต่ละดอกจะผลัดกันบาน ดอกมีสีขาวมี 6 กลีบ ลักษณะคล้ายกังหัน ขนาดดอกประมาณ 1.5-2 ซม. แต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสีแสดยาว 1.5 ซม.
ใบ หนา ค่อนข้างแข็ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีขนาดเท่าใบมะยม  พื้นผิวใบหยาบ  สากระคายมือ 
ดอกช่อ  ออกเป็นช่อ โคนดอกเป็นหลอด  ปลายดอกแยกเป็นกลีบประมาณ  5 กลีบ เป็นจานคล้ายรูปกงจักร  สีขาว  ก้านดอกมีสีแดง หรือ สีส้ม บานกลางคืน กลิ่นหอมแรง  ออกดอกตลอด
ฤดูการออกดอก :  ออกดอกตลอดปี แต่ออกมากช่วงปลายฝนต้นหนาว
การดูแล :  กรรณิการ์เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น
การขยายพันธุ์ :  
เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง
ข้อดีของพันธุ์ไม้ :  
ออกดอกให้ชมได้บ่อย
ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน
ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน
ข้อแนะนำ :  
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ควบคุมทรงพุ่มได้ค่อนข้างยาก มีการแตกของกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ
ต้องควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งภายหลังการออกดอก
เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่ง 2- 3 ปี ควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ (ทำสาว) ครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้กิ่งใหม่
โดยธรรมชาติกรรณิการ์จะเจริญเติบโตในที่ได้รับแสงแดดประมาณครึ่งวัน (แดดเช้า)
แต่ก็สามารถปลูกในที่มีแดดเต็มวันแต่ขนาดใบและดอกจะเล็กลง สีใบจะซีด
ใบค่อนข้างกระด้างอาจทำให้เกิดผื่นคันให้กับผิวหนังกับผู้ที่มีอาการแพ้ได้บ้าง
ข้อมูลอื่นๆ :  
ดอก  ให้สารสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าของคนโบราณ
ต้น  แก้ปวดศีรษะ  ใบ บำรุงน้ำดี
ดอก  แก้ไข้และลมวิงเวียน
ราก  แก้อุจจาระเป็นพรรดึก บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนังให้สดชื่น
ต้นและราก  ต้มรับประทานแก้ไอ
แหล่งที่มาhttp://www.the-than.com/FLower/F/k1.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น