| ชื่ออื่นๆ : | กรณิการ์ กณิการ์ |
|
| ชื่อสามัญ : | Night Glooming Jasmine, Night Flower Jasmine, Night Blooming Jasmine, Tree of Sadness |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : | Nyctanthes arbor-tristis L. |
|
| วงศ์ : | Oleaceae |
|
| ถิ่นกำเนิด : | ประเทศไทย อินเดีย ลังกา พม่า |
|
| ลักษณะทั่วไป : | กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วใบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่รี ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกราว 5-8 ดอก แต่ละดอกจะผลัดกันบาน ดอกมีสีขาวมี 6 กลีบ ลักษณะคล้ายกังหัน ขนาดดอกประมาณ 1.5-2 ซม. แต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสีแสดยาว 1.5 ซม. ใบ หนา ค่อนข้างแข็ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีขนาดเท่าใบมะยม พื้นผิวใบหยาบ สากระคายมือ
ดอกช่อ ออกเป็นช่อ โคนดอกเป็นหลอด ปลายดอกแยกเป็นกลีบประมาณ 5 กลีบ เป็นจานคล้ายรูปกงจักร สีขาว ก้านดอกมีสีแดง หรือ สีส้ม บานกลางคืน กลิ่นหอมแรง ออกดอกตลอด |
|
| ฤดูการออกดอก : | ออกดอกตลอดปี แต่ออกมากช่วงปลายฝนต้นหนาว |
|
| การดูแล : | กรรณิการ์เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น |
|
| การขยายพันธุ์ : |
| เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง |
|
|
| ข้อดีของพันธุ์ไม้ : |
| ออกดอกให้ชมได้บ่อย |
| ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน |
| ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน |
|
|
| ข้อแนะนำ : |
| เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ควบคุมทรงพุ่มได้ค่อนข้างยาก มีการแตกของกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ |
| ต้องควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งภายหลังการออกดอก |
| เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่ง 2- 3 ปี ควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ (ทำสาว) ครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้กิ่งใหม่ |
โดยธรรมชาติกรรณิการ์จะเจริญเติบโตในที่ได้รับแสงแดดประมาณครึ่งวัน (แดดเช้า)
แต่ก็สามารถปลูกในที่มีแดดเต็มวันแต่ขนาดใบและดอกจะเล็กลง สีใบจะซีด |
| ใบค่อนข้างกระด้างอาจทำให้เกิดผื่นคันให้กับผิวหนังกับผู้ที่มีอาการแพ้ได้บ้าง |
|
|
| ข้อมูลอื่นๆ : |
| ดอก ให้สารสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าของคนโบราณ |
| ต้น แก้ปวดศีรษะ ใบ บำรุงน้ำดี |
| ดอก แก้ไข้และลมวิงเวียน |
| ราก แก้อุจจาระเป็นพรรดึก บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนังให้สดชื่น |
| ต้นและราก ต้มรับประทานแก้ไอ |
|
|
|
| ชื่ออื่นๆ : | กรณิการ์ กณิการ์ |
|
| ชื่อสามัญ : | Night Glooming Jasmine, Night Flower Jasmine, Night Blooming Jasmine, Tree of Sadness |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : | Nyctanthes arbor-tristis L. |
|
| วงศ์ : | Oleaceae |
|
| ถิ่นกำเนิด : | ประเทศไทย อินเดีย ลังกา พม่า |
|
| ลักษณะทั่วไป : | กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วใบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่รี ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกราว 5-8 ดอก แต่ละดอกจะผลัดกันบาน ดอกมีสีขาวมี 6 กลีบ ลักษณะคล้ายกังหัน ขนาดดอกประมาณ 1.5-2 ซม. แต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสีแสดยาว 1.5 ซม. ใบ หนา ค่อนข้างแข็ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีขนาดเท่าใบมะยม พื้นผิวใบหยาบ สากระคายมือ
ดอกช่อ ออกเป็นช่อ โคนดอกเป็นหลอด ปลายดอกแยกเป็นกลีบประมาณ 5 กลีบ เป็นจานคล้ายรูปกงจักร สีขาว ก้านดอกมีสีแดง หรือ สีส้ม บานกลางคืน กลิ่นหอมแรง ออกดอกตลอด |
|
| ฤดูการออกดอก : | ออกดอกตลอดปี แต่ออกมากช่วงปลายฝนต้นหนาว |
|
| การดูแล : | กรรณิการ์เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น |
|
| การขยายพันธุ์ : |
| เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง |
|
|
| ข้อดีของพันธุ์ไม้ : |
| ออกดอกให้ชมได้บ่อย |
| ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน |
| ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน |
|
|
| ข้อแนะนำ : |
| เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ควบคุมทรงพุ่มได้ค่อนข้างยาก มีการแตกของกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ |
| ต้องควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งภายหลังการออกดอก |
| เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่ง 2- 3 ปี ควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ (ทำสาว) ครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้กิ่งใหม่ |
โดยธรรมชาติกรรณิการ์จะเจริญเติบโตในที่ได้รับแสงแดดประมาณครึ่งวัน (แดดเช้า)
แต่ก็สามารถปลูกในที่มีแดดเต็มวันแต่ขนาดใบและดอกจะเล็กลง สีใบจะซีด |
| ใบค่อนข้างกระด้างอาจทำให้เกิดผื่นคันให้กับผิวหนังกับผู้ที่มีอาการแพ้ได้บ้าง |
|
|
| ข้อมูลอื่นๆ : |
| ดอก ให้สารสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าของคนโบราณ |
| ต้น แก้ปวดศีรษะ ใบ บำรุงน้ำดี |
| ดอก แก้ไข้และลมวิงเวียน |
| ราก แก้อุจจาระเป็นพรรดึก บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนังให้สดชื่น |
| ต้นและราก ต้มรับประทานแก้ไอ |
|
|
|
| ชื่ออื่นๆ : | กรณิการ์ กณิการ์ |
|
| ชื่อสามัญ : | Night Glooming Jasmine, Night Flower Jasmine, Night Blooming Jasmine, Tree of Sadness |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : | Nyctanthes arbor-tristis L. |
|
| วงศ์ : | Oleaceae |
|
| ถิ่นกำเนิด : | ประเทศไทย อินเดีย ลังกา พม่า |
|
| ลักษณะทั่วไป : | กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วใบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่รี ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกราว 5-8 ดอก แต่ละดอกจะผลัดกันบาน ดอกมีสีขาวมี 6 กลีบ ลักษณะคล้ายกังหัน ขนาดดอกประมาณ 1.5-2 ซม. แต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสีแสดยาว 1.5 ซม. ใบ หนา ค่อนข้างแข็ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีขนาดเท่าใบมะยม พื้นผิวใบหยาบ สากระคายมือ
ดอกช่อ ออกเป็นช่อ โคนดอกเป็นหลอด ปลายดอกแยกเป็นกลีบประมาณ 5 กลีบ เป็นจานคล้ายรูปกงจักร สีขาว ก้านดอกมีสีแดง หรือ สีส้ม บานกลางคืน กลิ่นหอมแรง ออกดอกตลอด |
|
| ฤดูการออกดอก : | ออกดอกตลอดปี แต่ออกมากช่วงปลายฝนต้นหนาว |
|
| การดูแล : | กรรณิการ์เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น |
|
| การขยายพันธุ์ : |
| เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง |
|
|
| ข้อดีของพันธุ์ไม้ : |
| ออกดอกให้ชมได้บ่อย |
| ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน |
| ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน |
|
|
| ข้อแนะนำ : |
| เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ควบคุมทรงพุ่มได้ค่อนข้างยาก มีการแตกของกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ |
| ต้องควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งภายหลังการออกดอก |
| เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่ง 2- 3 ปี ควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ (ทำสาว) ครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้กิ่งใหม่ |
โดยธรรมชาติกรรณิการ์จะเจริญเติบโตในที่ได้รับแสงแดดประมาณครึ่งวัน (แดดเช้า)
แต่ก็สามารถปลูกในที่มีแดดเต็มวันแต่ขนาดใบและดอกจะเล็กลง สีใบจะซีด |
| ใบค่อนข้างกระด้างอาจทำให้เกิดผื่นคันให้กับผิวหนังกับผู้ที่มีอาการแพ้ได้บ้าง |
|
|
| ข้อมูลอื่นๆ : |
| ดอก ให้สารสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าของคนโบราณ |
| ต้น แก้ปวดศีรษะ ใบ บำรุงน้ำดี |
| ดอก แก้ไข้และลมวิงเวียน |
| ราก แก้อุจจาระเป็นพรรดึก บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนังให้สดชื่น |
| ต้นและราก ต้มรับประทานแก้ไอ |
|
|
|
| ชื่ออื่นๆ : | กรณิการ์ กณิการ์ |
|
| ชื่อสามัญ : | Night Glooming Jasmine, Night Flower Jasmine, Night Blooming Jasmine, Tree of Sadness |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : | Nyctanthes arbor-tristis L. |
|
| วงศ์ : | Oleaceae |
|
| ถิ่นกำเนิด : | ประเทศไทย อินเดีย ลังกา พม่า |
|
| ลักษณะทั่วไป : | กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่วใบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่รี ปลายแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกราว 5-8 ดอก แต่ละดอกจะผลัดกันบาน ดอกมีสีขาวมี 6 กลีบ ลักษณะคล้ายกังหัน ขนาดดอกประมาณ 1.5-2 ซม. แต่ละดอกจะมีใบประดับ 1 ใบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสีแสดยาว 1.5 ซม. ใบ หนา ค่อนข้างแข็ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีขนาดเท่าใบมะยม พื้นผิวใบหยาบ สากระคายมือ
ดอกช่อ ออกเป็นช่อ โคนดอกเป็นหลอด ปลายดอกแยกเป็นกลีบประมาณ 5 กลีบ เป็นจานคล้ายรูปกงจักร สีขาว ก้านดอกมีสีแดง หรือ สีส้ม บานกลางคืน กลิ่นหอมแรง ออกดอกตลอด |
|
| ฤดูการออกดอก : | ออกดอกตลอดปี แต่ออกมากช่วงปลายฝนต้นหนาว |
|
| การดูแล : | กรรณิการ์เป็นไม้ที่ชอบที่ร่มรำไรและมีความชุ่มชื้นพอควร ดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีน้ำขังอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้รากเน่าได้ ต้องการน้ำเพียงปานกลางเท่านั้น |
|
| การขยายพันธุ์ : |
| เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง |
|
|
| ข้อดีของพันธุ์ไม้ : |
| ออกดอกให้ชมได้บ่อย |
| ดอกใน 1 ช่อจะทยอยบาน จึงทำให้ได้ชมดอกหลายวัน |
| ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน |
|
|
| ข้อแนะนำ : |
| เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ควบคุมทรงพุ่มได้ค่อนข้างยาก มีการแตกของกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ |
| ต้องควบคุมทรงพุ่มโดยการตัดแต่งภายหลังการออกดอก |
| เมื่อปลูกไปได้ระยะหนึ่ง 2- 3 ปี ควรมีการตัดแต่งครั้งใหญ่ (ทำสาว) ครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้กิ่งใหม่ |
โดยธรรมชาติกรรณิการ์จะเจริญเติบโตในที่ได้รับแสงแดดประมาณครึ่งวัน (แดดเช้า)
แต่ก็สามารถปลูกในที่มีแดดเต็มวันแต่ขนาดใบและดอกจะเล็กลง สีใบจะซีด |
| ใบค่อนข้างกระด้างอาจทำให้เกิดผื่นคันให้กับผิวหนังกับผู้ที่มีอาการแพ้ได้บ้าง |
|
|
| ข้อมูลอื่นๆ : |
| ดอก ให้สารสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าของคนโบราณ |
| ต้น แก้ปวดศีรษะ ใบ บำรุงน้ำดี |
| ดอก แก้ไข้และลมวิงเวียน |
| ราก แก้อุจจาระเป็นพรรดึก บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนังให้สดชื่น |
| ต้นและราก ต้มรับประทานแก้ไอ |
|
|
|
แหล่งที่มาhttp://www.the-than.com/FLower/F/k1.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น