วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กำเนิดดอกกระดังงา

ดอก กระดังงา

ดอก กระดังงา
(ภาพประกอบ)


ดอกกระดังงา กระดังงามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cananga odorata Hook.fet TH อยู่ในวงศ์ Annonacwae มีชื่อเรียกตาม ท้องถิ่นดังนี้ กระดังงาใบใหญ่ กระดังงาใหญ่<ภาคกลาง> สะบันงาต้น<ภาคเหนือ> กระดังงาจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นตรงสูง เปลือกต้นเกลี้ยงสีเทา กิ่งก้านมีขนาดเล็กแตกออกจากลำต้น ดอกใหญ่ออกรวมกัน 3-6 ดอก ดอกอ่อนจะมีสีเขียวมีกลิ่นหอม กลีบดอกยาวห้อยลงรูปกลีบแคบปลายเรียวยาว ขอบกลีบหยักเป็นคลื่นๆ ผลรูปยาวรีอยู่รวมกันมีสีเขียวเข้ม ผิวมัน เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ

สรรพคุณ ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือ ดอกที่แก่จัด โดยเฉพาะในดอกจะพบน้ำมันหอมระเหยเป็นเอสเตอร์ของ formic acetic , valerianic ,benzeoic acid methyl , benzyl alcohol จากการที่ดอกแก่จัดมีน้ำมันหอมระเหยจึงใช้ผสมในยาหอมเพื่อแก้ลม อ่อนเพลีย บำรุงโลหิต บำรุงธาตุบำรุงหัวใจ และเมื่อดอกแก่จัดนำไปสกัดจะได้น้ำมันหอมระเหย ชื่อ "น้ำมันกระดังงา" นำไปใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอางซึ่งก็เหมือนสมัยโบราณที่นำดอกแก่ไปลมควัน เทียนอบเพื่อใช้อบน้ำทำน้ำอบไทย ใช้น้ำไปคั้นกะทิหรือทำข้าวแช่ เมื่อรับประทานแล้วจะมีกลิ่นหอม ให้ความรู้สึกสดชื่น ใช้กลีบดอกลนไฟอ่อนๆลอยน้ำเชื่อมปรุงขนมหวานต่างๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อวิทยาศาสร์ Desmos chinensis Lour.
ตระกูล ANNONACEAE
ชื่อ สามัญ Desmos
ลักษณะ ทั่วไป ต้นสายหยุดเป็นไม้เถาเลื้อยกึ่งไม้ยืนต้น มีเถาใหญ่แข็งแรงสามารถเกาะเลื้อยพันต้นไม้ หรือกิ่งอื่น ๆไปได้ไกล และมักจะแตกกิ่งก้านสาขามากในบริเวณยอด และจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเป็นบริเวณกว้าง กิ่งอ่อนจะมีสีน้ำตาลและมีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมโดยทั่วไป ส่วนกิ่งแก่นั้นจะมีสีดำเป็นมัน ไม่มีขนใบใบจะออกสลับกันตามข้อต้น ใบจะเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนานแกมรูปหอก ปลายใบแหลมเป็ฯติ่นสั้นโคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ใบด้านบนเรียบ ส่วนด้านล่างจะมีขน ขอบใบเรียบ ไม่มีจัก ใบสีเขียวเข้มดอกสายหยุดจะออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกแบบตามขอต้นโคนก้านใบ และที่ตาซึ่งติดกับลำต้นลักษณะของดอกเมื่อยังตูมอยู่จะเป็นสีเขียว และเมื่อบานจึงจะเป็นสีเหลือง ดอกจะห้อยลง ดอกมีขนาดเล็ก มีกลีบดอก 5-6 กลีบ แบ่งเป็ฯ 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ และมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอกจะบิดงอเช่นเดียวกันกับดอกกระดังงาไทย มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียจำนวนมากอยู่ภายในดอก ดอกจะมีกลิ่นหอมจัดในตอนเช้าตรู่พอสายกลิ่นก็จะค่อย ๆ ลดความหอมลง และจะหมดกลิ่นหอมลงเมื่อใกล้เวลาเที่ยงวัน
ฤดูกาลออกดอก สายหยุดจะออกดอกตลอดปี
การปลุก สายหยุดมีวิธีการปลูก โดยการนำต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด หรือกิ่งที่ได้จากการตอนมาปลูกลงดินหลังปลูกประมาณ 3-4 ปี จึงจะให้ดอก
แหล่งที่มาhttp://flowermanman.blogspot.com/2010/08/blog-post_5200.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น